ห้องเรียนรู้ Karinoya

มัธยมปลาย · แล็บสอบประจำภาค คณิตศาสตร์มัธยมปลาย

จำนวนและนิพจน์ เซตและการให้เหตุผล

อ่านโจทย์และคำอธิบายเป็นไทยได้ ส่วนบทบรรยาย (บทความอธิบาย) มีเฉพาะฉบับภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น

ดูฉบับภาษาญี่ปุ่น (มีบทบรรยาย) →

ข้อ 1 | การกระจายเบื้องต้น

ผลลัพธ์ของการกระจาย (x+3)(x−3) คือข้อใด

  1. x²−3
  2. x²−6x+9
  3. x²+9
  4. x²−9
คำตอบD. x²−9

จากสูตรผลคูณของผลบวกกับผลต่าง (a+b)(a−b)=a²−b² จะได้ x²−9 ข้อ x²+9 เป็นความผิดพลาดเรื่องเครื่องหมาย ส่วน x²−6x+9 เกิดจากการสับสนกับ (x−3)² จะกระจายตรง ๆ เป็น x²−3x+3x−9 เพื่อตรวจสอบก็ได้

ข้อ 2 | การกระจายกำลังสอง

ผลลัพธ์ของการกระจาย (x+2)² คือข้อใด

  1. x²+4x+2
  2. x²+4x+4
  3. x²+2x+4
  4. x²+4
คำตอบB. x²+4x+4

จาก (a+b)²=a²+2ab+b² จะได้ x²+2·x·2+2² = x²+4x+4 ข้อ x²+4 เป็นความผิดพลาดยอดนิยมที่ลืมพจน์กลาง 2ab ถ้ากระจาย (x+2)(x+2) ด้วยสมบัติการแจกแจงจะได้ x²+2x+2x+4 ซึ่งใช้ตรวจคำตอบได้

ข้อ 3 | การกระจาย

ผลลัพธ์ของการกระจาย (2x+3)(x−4) คือข้อใด

  1. 2x²−11x−12
  2. 2x²−5x+12
  3. 2x²+5x−12
  4. 2x²−5x−12
คำตอบD. 2x²−5x−12

2x·x=2x² แล้ว 2x·(−4)+3·x=−8x+3x=−5x และ 3·(−4)=−12 จึงได้ 2x²−5x−12 ข้อที่ได้ −11x เกิดจากคิดเป็น −8−3 ทั้งที่ต้องบวก −8x กับ 3x ส่วน 2x²+5x−12 เป็นความผิดพลาดเรื่องเครื่องหมาย

ข้อ 4 | การแยกตัวประกอบ

ผลลัพธ์ของการแยกตัวประกอบ x²+5x+6 คือข้อใด

  1. (x−2)(x−3)
  2. (x+1)(x+5)
  3. (x+2)(x+3)
  4. (x+1)(x+6)
คำตอบC. (x+2)(x+3)

สองจำนวนที่คูณกันได้ 6 และบวกกันได้ 5 คือ 2 กับ 3 จึงได้ (x+2)(x+3) ข้อ (x+1)(x+6) คูณกันได้ 6 ก็จริง แต่บวกกันได้ 7 ส่วน (x−2)(x−3) เมื่อกระจายจะได้ x²−5x+6 ซึ่งเครื่องหมายไม่ตรง

ข้อ 5 | การแยกตัวประกอบแบบไขว้

ผลลัพธ์ของการแยกตัวประกอบ 2x²+7x+3 คือข้อใด

  1. (2x−1)(x+3)
  2. (2x+1)(x−3)
  3. (2x+1)(x+3)
  4. (2x+3)(x+1)
คำตอบC. (2x+1)(x+3)

ใช้วิธีไขว้ แยก 2=2×1 และ 3=1×3 ผลบวกของการคูณไขว้ 2×3+1×1=7 ตรงกัน จึงได้ (2x+1)(x+3) ถ้ากระจาย (2x+3)(x+1) จะได้ 2x²+5x+3 ซึ่งสัมประสิทธิ์ของ x ไม่ตรง การกระจายกลับเพื่อตรวจคำตอบเป็นนิสัยที่สำคัญ

ข้อ 6 | การแยกตัวประกอบแบบไขว้

ผลลัพธ์ของการแยกตัวประกอบ 3x²−10x+8 คือข้อใด

  1. (3x−8)(x−1)
  2. (3x−2)(x−4)
  3. (3x+4)(x+2)
  4. (3x−4)(x−2)
คำตอบD. (3x−4)(x−2)

แยก 3=3×1 และ 8=(−4)×(−2) ผลบวกของการคูณไขว้ 3×(−2)+(−4)×1=−10 ตรงกัน จึงได้ (3x−4)(x−2) ถ้ากระจาย (3x−2)(x−4) จะได้ 3x²−14x+8 และ (3x+4)(x+2) จะได้ 3x²+10x+8 ซึ่งเครื่องหมายกลับกัน

ข้อ 7 | การแยกตัวประกอบแบบไขว้

ผลลัพธ์ของการแยกตัวประกอบ 6x²+x−2 คือข้อใด

  1. (2x−2)(3x+1)
  2. (2x−1)(3x+2)
  3. (2x+1)(3x−2)
  4. (6x−1)(x+2)
คำตอบB. (2x−1)(3x+2)

แยก 6=2×3 และ −2=(−1)×2 ผลบวกของการคูณไขว้ 2×2+(−1)×3=1 ตรงกัน จึงได้ (2x−1)(3x+2) ถ้ากระจาย (2x+1)(3x−2) จะได้ 6x²−x−2 ซึ่งเครื่องหมายของสัมประสิทธิ์ของ x กลับกัน

ข้อ 8 | เทคนิคการแยกตัวประกอบ

ผลลัพธ์ของการแยกตัวประกอบ x²−y²+4y−4 คือข้อใด

  1. (x+y−2)(x−y+2)
  2. (x+y−2)(x−y−2)
  3. (x−y+2)(x−y−2)
  4. (x+y+2)(x−y−2)
คำตอบA. (x+y−2)(x−y+2)

จับสามพจน์หลังรวมกันเป็น −(y²−4y+4)=−(y−2)² จะได้ x²−(y−2)² แล้วใช้ A²−B²=(A+B)(A−B) โดยให้ A=x และ B=y−2 จึงได้ (x+y−2)(x−y+2) ถ้าแจกเครื่องหมายของ B ผิดจะได้รูปอื่น ควรกระจายกลับเพื่อตรวจว่าได้นิพจน์เดิม

ข้อ 9 | นิพจน์กำลังสองซ้อน

ผลลัพธ์ของการแยกตัวประกอบ x⁴−5x²+4 คือข้อใด

  1. (x+1)(x−1)(x+2)(x−2)
  2. (x²+1)(x²+4)
  3. (x−1)(x+1)(x²+4)
  4. (x+1)²(x−2)²
คำตอบA. (x+1)(x−1)(x+2)(x−2)

ให้ x²=t จะได้ t²−5t+4=(t−1)(t−4) เปลี่ยนกลับเป็น x² ได้ (x²−1)(x²−4) แล้วแยกต่อด้วย A²−B² ทั้งสองวงเล็บได้ (x+1)(x−1)(x+2)(x−2) การแยกตัวประกอบต้องทำจนแยกต่อไปไม่ได้อีก

ข้อ 10 | การแทนด้วยตัวแปรใหม่

ผลลัพธ์ของการแยกตัวประกอบ (x²+x)²−8(x²+x)+12 คือข้อใด

  1. (x²+x−3)(x²+x−4)
  2. (x+2)(x−1)(x+3)(x−2)
  3. (x−2)(x+1)(x−3)(x+2)
  4. (x²−x−2)(x²−x−6)
คำตอบB. (x+2)(x−1)(x+3)(x−2)

ให้ x²+x=t จะได้ t²−8t+12=(t−2)(t−6) เปลี่ยนกลับได้ (x²+x−2)(x²+x−6)=(x+2)(x−1)(x+3)(x−2) คู่จำนวนที่คูณกันได้ 12 และบวกกันได้ −8 คือ −2 กับ −6 ส่วน −3 กับ −4 บวกกันได้ −7 จึงไม่ตรง

ข้อ 11 | การจัดรูปกรณฑ์

ผลลัพธ์ของการทำ √12 ให้อยู่ในรูปอย่างง่ายคือข้อใด

  1. 3√2
  2. 6
  3. 2√3
  4. 4√3
คำตอบC. 2√3

√12=√(4×3)=√4×√3=2√3 คือดึงตัวประกอบที่เป็นกำลังสอง 4 ออกมานอกกรณฑ์ ข้อ 3√2 เกิดจากแยกผิดเป็น 12=9×2 ซึ่งไม่ถูก เพราะ 9×2=18 ถ้าคิดเป็นตัวเลข √12≒3.46 และ 2√3≒3.46 ตรงกัน

ข้อ 12 | การบวกกรณฑ์

ผลลัพธ์ของ √27+√12 คือข้อใด

  1. 6√3
  2. 5√6
  3. 5√3
  4. √39
คำตอบC. 5√3

ดึงออกนอกกรณฑ์เป็น √27=3√3 และ √12=2√3 แล้วรวมพจน์ที่คล้ายกันได้ 3√3+2√3=5√3 ข้อ √39 เกิดจากเข้าใจผิดว่าบวกจำนวนที่อยู่ในกรณฑ์เข้าด้วยกันได้ การรวมภายในกรณฑ์ทำได้เฉพาะการคูณและการหารเท่านั้น

ข้อ 13 | ผลคูณของผลบวกกับผลต่าง

ผลลัพธ์ของ (√5+√2)(√5−√2) คือข้อใด

  1. 3
  2. 7
  3. 10
  4. √3
คำตอบA. 3

จาก (a+b)(a−b)=a²−b² จะได้ (√5)²−(√2)²=5−2=3 ข้อ 7 เกิดจากเผลอบวกเป็น 5+2 ส่วน √3 เกิดจากทิ้งเครื่องหมายกรณฑ์ไว้

ข้อ 14 | การทำตัวส่วนไม่ให้ติดกรณฑ์

ผลลัพธ์ของการทำตัวส่วนของ 1/√3 ไม่ให้ติดกรณฑ์คือข้อใด

  1. 1/3
  2. √3/9
  3. √3/3
  4. √3
คำตอบC. √3/3

คูณทั้งเศษและส่วนด้วย √3 ได้ √3/(√3×√3)=√3/3 ตัวส่วนกลายเป็น (√3)²=3 ข้อ √3/9 เกิดจากคิดตัวส่วนเป็น 3²

ข้อ 15 | การทำตัวส่วนไม่ให้ติดกรณฑ์

ผลลัพธ์ของการทำตัวส่วนของ 2/(√5−√3) ไม่ให้ติดกรณฑ์คือข้อใด

  1. √5+√3
  2. 2(√5+√3)
  3. √5−√3
  4. (√5+√3)/4
คำตอบA. √5+√3

คูณทั้งเศษและส่วนด้วยสังยุค √5+√3 ตัวส่วนจะเป็น 5−3=2 จึงได้ 2(√5+√3)/2=√5+√3 ข้อ 2(√5+√3) เกิดจากลืมตัดทอนด้วย 2 ในขั้นสุดท้าย ส่วน (√5+√3)/4 เป็นรูปที่มักเกิดเมื่อคิดตัวส่วนผิดเป็น 5+3=8

ข้อ 16 | กำลังสองของผลบวกที่ติดกรณฑ์

ผลลัพธ์ของ (√3+√2)² คือข้อใด

  1. 5+2√6
  2. 5
  3. 6+2√6
  4. 5+√6
คำตอบA. 5+2√6

จาก (a+b)²=a²+2ab+b² จะได้ 3+2√3·√2+2=5+2√6 ข้อ 5 เกิดจากลืมพจน์กลาง 2ab ส่วน 5+√6 เกิดจากลืมคูณด้วย 2

ข้อ 17 | ค่าสัมบูรณ์

ผลของการเขียน |3−π| โดยไม่ใช้เครื่องหมายค่าสัมบูรณ์คือข้อใด เมื่อ π=3.14…

  1. π−3
  2. 0
  3. 3−π
  4. 3+π
คำตอบA. π−3

เนื่องจาก π>3 ค่าภายใน 3−π จึงเป็นลบ เมื่อค่าภายในเป็นลบจะใช้ |a|=−a ดังนั้น |3−π|=−(3−π)=π−3 ถ้าถอดเครื่องหมายออกเป็น 3−π เฉย ๆ จะได้ค่าติดลบ ซึ่งขัดกับความหมายของค่าสัมบูรณ์ที่เป็นระยะทางและต้องไม่ติดลบ

ข้อ 18 | ส่วนจำนวนเต็มและส่วนทศนิยม

เมื่อให้ส่วนจำนวนเต็มของ √7 เป็น a และส่วนทศนิยมเป็น b คู่ของ a กับ b คือข้อใด

  1. a=3, b=3−√7
  2. a=2, b=√7−3
  3. a=3, b=√7−3
  4. a=2, b=√7−2
คำตอบD. a=2, b=√7−2

จาก 4<7<9 จะได้ 2<√7<3 ดังนั้นส่วนจำนวนเต็ม a=2 ส่วนทศนิยมคือจำนวนเดิมลบด้วยส่วนจำนวนเต็ม นั่นคือ b=√7−2 ซึ่งสอดคล้องกับ 0≦b<1 ส่วน √7−3 มีค่าติดลบจึงเป็นส่วนทศนิยมไม่ได้

ข้อ 19 | นิพจน์สมมาตร

เมื่อ x=1/(2−√3) ค่าของ x²+1/x² คือข้อใด

  1. 16
  2. 4
  3. 18
  4. 14
คำตอบD. 14

ทำตัวส่วนไม่ให้ติดกรณฑ์ได้ x=2+√3 และ 1/x=2−√3 จึงมี x+1/x=4 ดังนั้น x²+1/x²=(x+1/x)²−2=16−2=14 ข้อ 16 เกิดจากลืมลบ 2 แล้วตอบเป็น (x+1/x)² ตรวจได้ว่า x²=7+4√3 และ 1/x²=7−4√3 รวมกันได้ 14

ข้อ 20 | นิพจน์สมมาตร

เมื่อ x+1/x=3 ค่าของ x³+1/x³ คือข้อใด

  1. 24
  2. 18
  3. 27
  4. 7
คำตอบB. 18

x³+1/x³=(x+1/x)³−3(x+1/x)=27−9=18 ข้อ 27 เกิดจากลืมพจน์ปรับแก้ −3(x+1/x) ข้อ 24 เกิดจากลบเพียง 3 ส่วน 7 เป็นค่าของ x²+1/x² ซึ่งเป็นคนละปริมาณ

ข้อ 21 | อสมการเชิงเส้น

ผลการแก้อสมการ 3x−5>4 คือข้อใด

  1. x>3
  2. x>1/3
  3. x>9
  4. x<3
คำตอบA. x>3

ย้ายข้างได้ 3x>9 แล้วหารด้วยจำนวนบวก 3 ได้ x>3 การหารด้วยจำนวนบวกไม่ทำให้เครื่องหมายอสมการกลับทิศ ข้อ x>9 เกิดจากลืมหารด้วย 3

ข้อ 22 | การกลับทิศของอสมการ

ผลการแก้อสมการ −2x+3≦9 คือข้อใด

  1. x≦−3
  2. x≦3
  3. x≧−6
  4. x≧−3
คำตอบD. x≧−3

ย้ายข้างได้ −2x≦6 เมื่อหารด้วยจำนวนลบ −2 เครื่องหมายอสมการจะกลับทิศ จึงได้ x≧−3 ข้อ x≦−3 เป็นความผิดพลาดยอดนิยมที่ลืมกลับทิศ ถ้าแทน x=0 จะได้ 3≦9 ซึ่งเป็นจริง แสดงว่าคำตอบต้องมี 0 อยู่ด้วย จึงยืนยันได้ว่า x≧−3 ถูกต้อง

ข้อ 23 | อสมการเชิงเส้น

ผลการแก้อสมการ 4x−1<2x+5 คือข้อใด

  1. x<3
  2. x>3
  3. x<2/3
  4. x<2
คำตอบA. x<3

ย้าย 2x ไปทางซ้ายและย้าย −1 ไปทางขวา ได้ 2x<6 จึงได้ x<3 ข้อ x<2 เกิดจากคิดผิดเป็น 5−1=4 แล้วได้ 2x<4 ถ้าลองแทน x=0 จะได้ −1<5 ซึ่งเป็นจริง แสดงว่า 0 อยู่ในคำตอบ จึงสอดคล้องกัน

ข้อ 24 | สัมประสิทธิ์เป็นเศษส่วน

ผลการแก้อสมการ x/2−1>x/3 คือข้อใด

  1. x>6
  2. x>−6
  3. x<6
  4. x>1
คำตอบA. x>6

คูณทั้งสองข้างด้วย 6 ได้ 3x−6>2x ย้ายข้างได้ x>6 ข้อ x>1 เกิดจากลืมคูณ 6 เข้ากับพจน์คงที่ −1 แล้วได้ 3x−1>2x เวลากำจัดตัวส่วนต้องคูณจำนวนเดียวกันเข้ากับพจน์คงที่ด้วย

ข้อ 25 | ระบบอสมการ

ผลการแก้ระบบอสมการ 2x−1>3 และ 3x+2≦x+10 คือข้อใด

  1. 2<x<4
  2. 2≦x≦4
  3. 2<x≦4
  4. 2≦x<4
คำตอบC. 2<x≦4

จากอสมการแรกได้ x>2 โดยไม่รวม 2 จากอสมการหลังได้ 2x≦8 นั่นคือ x≦4 โดยรวม 4 ด้วย ส่วนร่วมจึงเป็น 2<x≦4 การรวมจุดปลายหรือไม่ ให้ยึดตามเครื่องหมายเดิมคือ > และ ≦

ข้อ 26 | สมการค่าสัมบูรณ์

คำตอบของสมการ |x|=5 คือข้อใด

  1. x=5
  2. x=±5
  3. x=±√5
  4. x=−5
คำตอบB. x=±5

จุดที่อยู่ห่างจากจุดกำเนิดเป็นระยะ 5 บนเส้นจำนวนมี 2 จุด คือ x=5 และ x=−5 เขียนรวมกันได้ x=±5 ถ้าตอบเฉพาะฝั่งบวกจะขาดคำตอบไปหนึ่งค่า

ข้อ 27 | อสมการค่าสัมบูรณ์

ผลการแก้อสมการ |x−2|<3 คือข้อใด

  1. −1<x<5
  2. −5<x<1
  3. x<5
  4. −3<x<3
คำตอบA. −1<x<5

รูป |X|<c แก้เป็น −c<X<c จึงได้ −3<x−2<3 แล้วบวก 2 ทุกข้างได้ −1<x<5 ข้อ −3<x<3 เกิดจากมองข้ามการเลื่อน −2 ที่อยู่ภายในค่าสัมบูรณ์ ถ้าแทน x=0 จะได้ |−2|=2<3 ซึ่งเป็นจริง สอดคล้องกับการที่ 0 อยู่ในช่วงคำตอบ

ข้อ 28 | อสมการค่าสัมบูรณ์

ผลการแก้อสมการ |x+1|≧4 คือข้อใด

  1. −5≦x≦3
  2. x≦−3 หรือ x≧5
  3. x≦−5 หรือ x≧3
  4. x≧3
คำตอบC. x≦−5 หรือ x≧3

รูป |X|≧c ให้คำตอบอยู่ด้านนอก คือ X≦−c หรือ X≧c จาก x+1≦−4 หรือ x+1≧4 ได้ x≦−5 หรือ x≧3 การขนาบไว้ด้านในใช้กับ |X|≦c ซึ่งมักถูกสับสนกัน ถ้าแทน x=0 จะได้ |1|=1 ซึ่งไม่เป็นจริง สอดคล้องกับคำตอบที่ไม่มี 0 อยู่

ข้อ 29 | การหาค่าคงตัวย้อนกลับ

ค่าของค่าคงตัว a ที่ทำให้คำตอบของอสมการ 5x−3<2x+a เป็น x<4 คือข้อใด

  1. a=9
  2. a=12
  3. a=15
  4. a=1
คำตอบA. a=9

จัดรูปได้ 3x<a+3 นั่นคือ x<(a+3)/3 เงื่อนไขที่ทำให้ตรงกับ x<4 คือ (a+3)/3=4 จึงได้ a=9 ข้อ a=12 เกิดจากคิดเป็น a/3=4 แล้วทำพจน์คงที่ 3 ตกหล่น ข้อ a=1 เกิดจากตั้งเป็น a+3=4 เมื่อ a=9 จะตรวจได้ว่าทั้งสองข้างเท่ากันที่ x=4

ข้อ 30 | จำนวนคำตอบที่เป็นจำนวนเต็ม

จำนวนเต็ม x ที่สอดคล้องกับระบบอสมการ x+3>1 และ 2x−1≦5 มีกี่จำนวน

  1. 4 จำนวน
  2. 5 จำนวน
  3. 6 จำนวน
  4. 7 จำนวน
คำตอบB. 5 จำนวน

ได้ x>−2 และ x≦3 นั่นคือ −2<x≦3 จำนวนเต็มในช่วงนี้คือ −1, 0, 1, 2, 3 รวม 5 จำนวน เนื่องจากไม่รวม −2 เพราะ x>−2 ไม่มีเครื่องหมายเท่ากับ ข้อ 6 จำนวนจึงผิด การเขียนจุดปลายออกมาให้ชัดแล้วนับทีละตัวเป็นวิธีที่แน่นอนที่สุด

ข้อ 31 | อินเตอร์เซกชัน

เมื่อ A={1, 2, 3, 4, 5, 6} และ B={2, 4, 6, 8} เซต A∩B คือข้อใด

  1. {1, 2, 3, 4, 5, 6, 8}
  2. {8}
  3. {1, 3, 5}
  4. {2, 4, 6}
คำตอบD. {2, 4, 6}

A∩B คือเซตของสมาชิกที่อยู่ในทั้งสองเซต สมาชิกของ B คือ 2, 4, 6, 8 ซึ่งที่อยู่ใน A ด้วยคือ 2, 4, 6 ส่วน {1, 2, 3, 4, 5, 6, 8} คือ A∪B ซึ่งเป็นยูเนียน การสับสนระหว่าง ∩ กับ ∪ เป็นความผิดพลาดยอดนิยม

ข้อ 32 | ยูเนียน

เมื่อ A={1, 2, 3, 4, 5, 6} และ B={2, 4, 6, 8} เซต A∪B คือข้อใด

  1. {1, 2, 3, 4, 5, 6, 8}
  2. {1, 2, 3, 4, 5, 6}
  3. {2, 4, 6}
  4. {8}
คำตอบA. {1, 2, 3, 4, 5, 6, 8}

A∪B คือสมาชิกทั้งหมดที่อยู่ในเซตใดเซตหนึ่งเป็นอย่างน้อย นำสมาชิกของ A มารวมกับ 8 ที่มีเฉพาะใน B ได้ {1, 2, 3, 4, 5, 6, 8} สมาชิกที่ซ้ำกันเขียนเพียงครั้งเดียว ส่วน {2, 4, 6} คือ A∩B ซึ่งเป็นอินเตอร์เซกชัน

ข้อ 33 | คอมพลีเมนต์

เมื่อเอกภพสัมพัทธ์ U={1, 2, …, 10} และ A={2, 4, 6, 8, 10} คอมพลีเมนต์ของ A คือข้อใด

  1. {2, 4, 6, 8, 10}
  2. เซตว่าง
  3. {1, 2, …, 10}
  4. {1, 3, 5, 7, 9}
คำตอบD. {1, 3, 5, 7, 9}

คอมพลีเมนต์คือสมาชิกของ U ที่ไม่อยู่ใน A เมื่อตัดจำนวนคู่ออกจะเหลือจำนวนคี่ {1, 3, 5, 7, 9} ซึ่งเป็นคำตอบ การหาคอมพลีเมนต์ต้องกำหนดเอกภพสัมพัทธ์ U ให้ชัดเจนก่อนเสมอ

ข้อ 34 | กฎเดอมอร์แกน

สำหรับเซต A และ B ข้อใดเท่ากับคอมพลีเมนต์ของ A∪B เสมอ

  1. Ā∩B (อินเตอร์เซกชันของคอมพลีเมนต์ของ A กับ B)
  2. Ā∩B̄ (อินเตอร์เซกชันของคอมพลีเมนต์ของ A กับคอมพลีเมนต์ของ B)
  3. A∩B
  4. Ā∪B̄ (ยูเนียนของคอมพลีเมนต์ของ A กับคอมพลีเมนต์ของ B)
คำตอบB. Ā∩B̄ (อินเตอร์เซกชันของคอมพลีเมนต์ของ A กับคอมพลีเมนต์ของ B)

ตามกฎเดอมอร์แกน เมื่อหาคอมพลีเมนต์ เครื่องหมาย ∪ กับ ∩ จะสลับกัน คอมพลีเมนต์ของ A∪B จึงเป็น Ā∩B̄ ตรวจด้วยแผนภาพเวนน์ได้ว่า ไม่อยู่ใน A และไม่อยู่ใน B มีความหมายเดียวกับ อยู่นอก A และอยู่นอก B ส่วน Ā∪B̄ นั้นเป็นคอมพลีเมนต์ของ A∩B

ข้อ 35 | เงื่อนไขจำเป็นและเพียงพอ

ข้อความ x=3 เป็นเงื่อนไขแบบใดของข้อความ x²=9

  1. เป็นเงื่อนไขเพียงพอแต่ไม่เป็นเงื่อนไขจำเป็น
  2. ไม่เป็นทั้งเงื่อนไขจำเป็นและเงื่อนไขเพียงพอ
  3. เป็นเงื่อนไขจำเป็นแต่ไม่เป็นเงื่อนไขเพียงพอ
  4. เป็นเงื่อนไขจำเป็นและเพียงพอ
คำตอบA. เป็นเงื่อนไขเพียงพอแต่ไม่เป็นเงื่อนไขจำเป็น

x=3 ⇒ x²=9 เป็นจริง ส่วนบทกลับ x²=9 ⇒ x=3 เป็นเท็จ เพราะมีตัวอย่างค้าน x=−3 ข้อความที่อยู่ฝั่งสมมติฐานของ ⇒ ที่เป็นจริง จึงเป็นเงื่อนไขเพียงพอแต่ไม่เป็นเงื่อนไขจำเป็น

ข้อ 36 | เงื่อนไขจำเป็นและเพียงพอ

ข้อความ x>0 เป็นเงื่อนไขแบบใดของข้อความ x>2

  1. เป็นเงื่อนไขเพียงพอแต่ไม่เป็นเงื่อนไขจำเป็น
  2. เป็นเงื่อนไขจำเป็นและเพียงพอ
  3. เป็นเงื่อนไขจำเป็นแต่ไม่เป็นเงื่อนไขเพียงพอ
  4. ไม่เป็นทั้งเงื่อนไขจำเป็นและเงื่อนไขเพียงพอ
คำตอบC. เป็นเงื่อนไขจำเป็นแต่ไม่เป็นเงื่อนไขเพียงพอ

x>2 ⇒ x>0 เป็นจริง ดังนั้น x>0 จึงเป็นเงื่อนไขจำเป็น ในทางกลับกัน x>0 ⇒ x>2 เป็นเท็จ เพราะมีตัวอย่างค้าน x=1 จึงไม่เป็นเงื่อนไขเพียงพอ จำได้ง่ายด้วยการมองการบรรจุกันของช่วง คือเงื่อนไขที่กว้างกว่าอย่าง x>0 จะเป็นเงื่อนไขจำเป็น

ข้อ 37 | การพิสูจน์โดยข้อขัดแย้ง

ต้องการพิสูจน์ว่า √2 เป็นจำนวนอตรรกยะด้วยวิธีพิสูจน์โดยข้อขัดแย้ง ข้อใดคือสิ่งที่ต้องสมมติเป็นอันดับแรก

  1. สมมติว่า √2 เป็นจำนวนอตรรกยะ
  2. สมมติว่า √2 เป็นจำนวนตรรกยะ
  3. สมมติว่า 2 เป็นจำนวนตรรกยะ
  4. สมมติว่า √2 เป็นจำนวนเต็ม
คำตอบB. สมมติว่า √2 เป็นจำนวนตรรกยะ

การพิสูจน์โดยข้อขัดแย้งเริ่มจากสมมติข้อปฏิเสธของข้อสรุปที่ต้องการแสดง ข้อปฏิเสธของการเป็นจำนวนอตรรกยะคือการเป็นจำนวนตรรกยะ เมื่อเขียนเป็นเศษส่วนอย่างต่ำ q/p แล้วทำต่อไป จะพบว่า p และ q เป็นจำนวนคู่ทั้งคู่ ซึ่งขัดแย้งกับการเป็นเศษส่วนอย่างต่ำ จึงสรุปได้ว่าข้อสมมตินั้นผิด

ข้อ 38 | บทกลับของประพจน์

บทกลับของประพจน์ ถ้า x=1 แล้ว x²=1 คือข้อใด

  1. ถ้า x²≠1 แล้ว x≠1
  2. ถ้า x=1 แล้ว x²≠1
  3. ถ้า x≠1 แล้ว x²≠1
  4. ถ้า x²=1 แล้ว x=1
คำตอบD. ถ้า x²=1 แล้ว x=1

บทกลับคือการสลับที่ระหว่างสมมติฐานกับข้อสรุป จึงได้ ถ้า x²=1 แล้ว x=1 อนึ่ง บทกลับนี้เป็นเท็จเพราะมีตัวอย่างค้าน x=−1 จึงเป็นตัวอย่างที่แสดงว่าแม้ประพจน์เดิมเป็นจริง บทกลับก็ไม่จำเป็นต้องเป็นจริง ถ้าปฏิเสธทั้งสมมติฐานและข้อสรุปโดยไม่สลับที่จะได้ข้อความตรงข้าม และถ้าทำทั้งสลับที่และปฏิเสธจะได้ข้อความแย้งสลับที่

ข้อ 39 | ข้อความแย้งสลับที่

ข้อความแย้งสลับที่ของประพจน์ ถ้า n² เป็นจำนวนคู่ แล้ว n เป็นจำนวนคู่ คือข้อใด

  1. ถ้า n เป็นจำนวนคี่ แล้ว n² เป็นจำนวนคี่
  2. ถ้า n² เป็นจำนวนคี่ แล้ว n เป็นจำนวนคี่
  3. ถ้า n เป็นจำนวนคี่ แล้ว n² เป็นจำนวนคู่
  4. ถ้า n เป็นจำนวนคู่ แล้ว n² เป็นจำนวนคู่
คำตอบA. ถ้า n เป็นจำนวนคี่ แล้ว n² เป็นจำนวนคี่

ข้อความแย้งสลับที่คือ ข้อปฏิเสธของข้อสรุป ⇒ ข้อปฏิเสธของสมมติฐาน ข้อปฏิเสธของ n เป็นจำนวนคู่ คือ n เป็นจำนวนคี่ และข้อปฏิเสธของ n² เป็นจำนวนคู่ คือ n² เป็นจำนวนคี่ จึงได้ ถ้า n เป็นจำนวนคี่ แล้ว n² เป็นจำนวนคี่ ข้อความนี้พิสูจน์ตรง ๆ ได้ง่าย จึงนำมาใช้พิสูจน์ประพจน์เดิมได้

ข้อ 40 | เงื่อนไขจำเป็นและเพียงพอ

ให้ a และ b เป็นจำนวนจริง ข้อความ |a|=|b| เป็นเงื่อนไขแบบใดของข้อความ a=b

  1. เป็นเงื่อนไขจำเป็นแต่ไม่เป็นเงื่อนไขเพียงพอ
  2. ไม่เป็นทั้งเงื่อนไขจำเป็นและเงื่อนไขเพียงพอ
  3. เป็นเงื่อนไขเพียงพอแต่ไม่เป็นเงื่อนไขจำเป็น
  4. เป็นเงื่อนไขจำเป็นและเพียงพอ
คำตอบA. เป็นเงื่อนไขจำเป็นแต่ไม่เป็นเงื่อนไขเพียงพอ

a=b ⇒ |a|=|b| เป็นจริง ดังนั้น |a|=|b| จึงเป็นเงื่อนไขจำเป็น ส่วนบทกลับ |a|=|b| ⇒ a=b เป็นเท็จ เพราะมีตัวอย่างค้าน a=1 และ b=−1 ซึ่ง |1|=|−1| แต่ 1≠−1 จึงไม่เป็นเงื่อนไขเพียงพอ สรุปว่าเป็นเงื่อนไขจำเป็นแต่ไม่เป็นเงื่อนไขเพียงพอ

ฝึกทำ: ทำโจทย์ในหน้านี้

เครื่องมือฝึกทำโจทย์แบบสุ่มคำถาม (ทำงานเมื่อเปิดใช้ JavaScript) โจทย์และคำอธิบายด้านบนสามารถอ่านได้ทั้งหมดตามปกติ

※ ใช้สำหรับทบทวนเนื้อหาการเรียนระดับมัธยมปลาย หากวิธีเขียนหรือการอธิบายแตกต่างจากหนังสือเรียนหรือการสอนของโรงเรียน โปรดยึดหนังสือเรียนและคำอธิบายของครูเป็นหลัก

หน้านี้แปลจากต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น หากเนื้อหาของคำแปลและต้นฉบับไม่ตรงกัน ให้ถือฉบับภาษาญี่ปุ่นเป็นหลัก ดูต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น