ห้องเรียนรู้ Karinoya ชีวิตการทำงานและการหางาน แล็บเตรียมสอบ SPI เซตและการอ่านตาราง
日本語 English Français Bahasa Indonesia 한국어 Română ไทย Tiếng Việt 简体中文 繁體中文
ชีวิตการทำงานและการหางาน · แล็บเตรียมสอบ SPI
เซตและการอ่านตาราง อ่านโจทย์และคำอธิบายเป็นไทยได้ ส่วนบทบรรยาย (บทความอธิบาย) มีเฉพาะฉบับภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น
ดูฉบับภาษาญี่ปุ่น (มีบทบรรยาย) →
ข้อ 1 | อย่างน้อยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ในห้องเรียนที่มี 40 คน มีคนที่ชอบคณิตศาสตร์ 25 คน คนที่ชอบภาษาอังกฤษ 18 คน และคนที่ชอบทั้งสองวิชา 10 คน คนที่ชอบอย่างน้อยหนึ่งวิชามีกี่คน
33 คน 7 คน 15 คน 43 คน คำตอบ A. 33 คน การคำนวณ 25+18 จะนับคนที่ชอบทั้งสองวิชา 10 คนซ้ำสองครั้ง จึงต้องลบออกหนึ่งชุด ได้ 25+18−10=33 คน ส่วน 43 คน เกิดจากการบวกเฉย ๆ โดยลืมลบ 10 คนออก ซึ่งรู้ได้ทันทีว่าผิดเพราะเกินจำนวนนักเรียน 40 คนในห้อง ส่วน 15 คน คือจำนวนคนที่ชอบเฉพาะคณิตศาสตร์ และ 7 คน คือจำนวนคนที่ไม่ชอบทั้งสองวิชา
ข้อ 2 | ไม่ใช้ทั้งสองอย่าง
ในบรรดาพนักงาน 50 คนของบริษัทแห่งหนึ่ง มีคนที่ใช้รถบัสไปทำงาน 30 คน คนที่ใช้รถไฟ 22 คน และคนที่ใช้ทั้งสองอย่าง 14 คน คนที่ไม่ใช้ทั้งสองอย่างมีกี่คน
12 คน 38 คน 8 คน 16 คน คำตอบ A. 12 คน คนที่ใช้อย่างน้อยหนึ่งอย่างคือ 30+22−14=38 คน จึงได้ 50−38=12 คน ส่วน 38 คน คือการตอบตัวจำนวนคนที่ใช้อย่างน้อยหนึ่งอย่างไปเลย ส่วน 16 คน คือจำนวนคนที่ใช้เฉพาะรถบัสซึ่งได้จาก 30−14 และ 8 คน คือจำนวนคนที่ใช้เฉพาะรถไฟซึ่งได้จาก 22−14 ทั้งสองข้อจึงเป็นการสับสนกลุ่มที่โจทย์ถาม
ข้อ 3 | เฉพาะฝ่ายเดียว
ในบรรดาผู้เข้าสอบ 60 คน มีคนที่สอบผ่านคุณวุฒิ A จำนวน 35 คน คนที่สอบผ่านคุณวุฒิ B จำนวน 28 คน และคนที่สอบผ่านทั้งสองอย่าง 12 คน คนที่สอบผ่านเฉพาะ A มีกี่คน
16 คน 23 คน 51 คน 35 คน คำตอบ B. 23 คน ใน 35 คนของ A มีคนที่สอบผ่านทั้งสองอย่าง 12 คนรวมอยู่ด้วย จึงได้ 35−12=23 คน ส่วน 35 คน คือการตอบจำนวนผู้สอบผ่าน A ทั้งหมดไปเลย ส่วน 16 คน คือจำนวนคนที่สอบผ่านเฉพาะ B ซึ่งได้จาก 28−12 และ 51 คน คือจำนวนคนที่สอบผ่านอย่างน้อยหนึ่งอย่างซึ่งได้จาก 35+28−12
ข้อ 4 | ย้อนหาส่วนที่ซ้อนกัน
มีผู้เข้าสอบ 60 คนในการสอบครั้งหนึ่ง โดยมีผู้ตอบข้อ A ถูก 35 คน ผู้ตอบข้อ B ถูก 28 คน และผู้ที่ตอบผิดทั้งสองข้อ 5 คน ผู้ที่ตอบถูกทั้งสองข้อมีกี่คน
27 คน 8 คน 20 คน 3 คน คำตอบ B. 8 คน ผู้ที่ตอบถูกอย่างน้อยหนึ่งข้อคือ 60−5=55 คน ผู้ที่ตอบถูกทั้งสองข้อจึงเป็น 35+28−55=8 คน ส่วน 3 คน เกิดจากการคำนวณ 35+28−60 โดยใช้จำนวนคนทั้งหมดตรง ๆ ซึ่งลืมหักผู้ที่ตอบผิดทั้งสองข้อ 5 คนออกก่อน ส่วน 27 คน คือจำนวนคนที่ตอบถูกเฉพาะข้อ A และ 20 คน คือจำนวนคนที่ตอบถูกเฉพาะข้อ B
ข้อ 5 | ช่องว่างในตาราง
สอบถามคน 80 คนเรื่องการใช้ผลิตภัณฑ์สองชนิด พบว่ามีคนที่ใช้ทั้งสองชนิด 18 คน คนที่ใช้เฉพาะ A จำนวน 27 คน และคนที่ไม่ใช้ทั้งสองชนิด 20 คน คนที่ใช้ B มีกี่คน
60 คน 15 คน 45 คน 33 คน คำตอบ D. 33 คน คนที่ใช้เฉพาะ B คือ 80−18−27−20=15 คน คนที่ใช้ B จึงเท่ากับจำนวนนี้บวกกับคนที่ใช้ทั้งสองชนิด 18 คน ได้ 15+18=33 คน ส่วน 15 คน คือจำนวนคนที่ใช้เฉพาะ B ซึ่งลืมบวกส่วนที่ใช้ทั้งสองชนิด ส่วน 45 คน คือจำนวนคนที่ใช้ A ซึ่งได้จาก 27+18 และ 60 คน คือจำนวนคนที่ใช้อย่างน้อยหนึ่งชนิดซึ่งได้จาก 80−20
ข้อ 6 | เซตที่ให้มาเป็นอัตราส่วน
จากการสำรวจคน 200 คน พบว่ามีคนที่รู้จักสินค้า A จำนวน 60% คนที่รู้จักสินค้า B จำนวน 45% และคนที่รู้จักทั้งสองอย่าง 25% คนที่ไม่รู้จักทั้งสองอย่างมีกี่คน
40 คน 50 คน 160 คน 70 คน คำตอบ A. 40 คน อัตราส่วนของคนที่รู้จักอย่างน้อยหนึ่งอย่างคือ 60+45−25=80% ซึ่งเท่ากับ 160 คน จึงได้ 200−160=40 คน ส่วน 160 คน คือตัวจำนวนคนที่รู้จักอย่างน้อยหนึ่งอย่างเอง ส่วน 70 คน คือจำนวนคนที่รู้จักเฉพาะ A ซึ่งได้จาก 200×0.35 และ 50 คน คือจำนวนคนที่รู้จักทั้งสองอย่างซึ่งได้จาก 200×0.25
ข้อ 7 | ส่วนซ้อนที่น้อยที่สุด
จากการทำแบบสอบถามกับคน 100 คน มีคนตอบว่าใช่ในคำถามที่ 1 จำนวน 70 คน และตอบว่าใช่ในคำถามที่ 2 จำนวน 60 คน คนที่ตอบว่าใช่ทั้งสองคำถามอย่างน้อยที่สุดมีกี่คน
0 คน 60 คน 10 คน 30 คน คำตอบ D. 30 คน เนื่องจาก 70+60=130 ซึ่งเกินจำนวนคน 100 คน จึงต้องมีส่วนซ้อนกันอย่างน้อย 130−100=30 คน และเมื่อลองจัดจริงเป็นตอบใช่ทั้งสองคำถาม 30 คน ตอบใช่เฉพาะคำถามที่ 1 จำนวน 40 คน ตอบใช่เฉพาะคำถามที่ 2 จำนวน 30 คน และไม่ตอบใช่เลย 0 คน ก็ยังสอดคล้องกับเงื่อนไข ค่าน้อยที่สุดจึงเป็น 30 คน ส่วน 0 คน เกิดจากการคิดถึงกรณีที่ไม่มีส่วนซ้อนเลย ซึ่งเป็นไปไม่ได้เพราะยัด 130 คนลงใน 100 คนไม่ได้ ส่วน 10 คน คือผลต่างของ 70−60 และ 60 คน คือค่าสูงสุดของส่วนซ้อน
ข้อ 8 | ส่วนซ้อนที่มากที่สุด
ในบรรดาผู้เข้าชม 120 คน มีคนที่รับแผ่นพับไป 90 คน และคนที่ตอบแบบสอบถาม 75 คน คนที่ทำทั้งสองอย่างมากที่สุดมีกี่คน
30 คน 45 คน 75 คน 90 คน คำตอบ C. 75 คน หากคนที่ตอบแบบสอบถามทั้ง 75 คนรับแผ่นพับไปด้วยทุกคน ส่วนซ้อนก็จะมากที่สุด นั่นคือ 75 คน และเมื่อลองจัดจริงเป็นทำทั้งสองอย่าง 75 คน รับแผ่นพับอย่างเดียว 15 คน และไม่ทำทั้งสองอย่าง 30 คน ก็จัดได้จริง ส่วน 90 คน คือการตอบจำนวนที่มากกว่าไปเลย ซึ่งเป็นไปไม่ได้เพราะผู้ตอบแบบสอบถามมีเพียง 75 คน ส่วน 45 คน คือ 90+75−120 ซึ่งเป็นค่าน้อยที่สุดต่างหาก และ 30 คน คือ 120−90
ข้อ 9 | ผลรวมในรูปอัตราส่วน
ในบรรดาสมาชิก 300 คน มีผู้ใช้บริการ X จำนวน 40% ผู้ใช้บริการ Y จำนวน 35% และผู้ใช้ทั้งสองบริการ 12% สมาชิกที่ใช้บริการอย่างน้อยหนึ่งอย่างมีกี่คน
225 คน 111 คน 189 คน 36 คน คำตอบ C. 189 คน คำนวณได้ 40+35−12=63% แล้ว 300×0.63=189 คน ส่วน 225 คน เกิดจากการคิดเป็น 40+35=75% โดยลืมลบส่วนซ้อนออก ส่วน 111 คน คือจำนวนสมาชิกที่ไม่ได้ใช้ทั้งสองบริการซึ่งได้จาก 300×0.37 และ 36 คน คือจำนวนสมาชิกที่ใช้ทั้งสองบริการ
ข้อ 10 | จากผลรวมสู่ฝ่ายเดียว
ในงานอีเวนต์หนึ่ง มีคนที่เข้าร่วมอย่างน้อยช่วงใดช่วงหนึ่งระหว่างช่วงเช้ากับช่วงบ่าย 48 คน คนที่เข้าร่วมช่วงบ่าย 30 คน และคนที่เข้าร่วมทั้งสองช่วง 11 คน คนที่เข้าร่วมเฉพาะช่วงเช้ามีกี่คน
18 คน 29 คน 7 คน 19 คน คำตอบ A. 18 คน เมื่อเอาคนที่เข้าร่วมช่วงบ่าย 30 คน ออกจากคนที่เข้าร่วมอย่างน้อยช่วงใดช่วงหนึ่ง 48 คน ส่วนที่เหลือก็คือคนที่เข้าร่วมเฉพาะช่วงเช้า ได้ 48−30=18 คน ส่วน 7 คน เกิดจากการลบส่วนของคนที่เข้าร่วมทั้งสองช่วงเกินไปอีกเป็น 48−30−11 ส่วน 19 คน คือจำนวนคนที่เข้าร่วมเฉพาะช่วงบ่ายซึ่งได้จาก 30−11 และ 29 คน คือจำนวนคนที่เข้าร่วมช่วงเช้าทั้งหมดซึ่งได้จาก 18+11
ข้อ 11 | ผลรวมของสามเซต
จากการสำรวจครั้งหนึ่ง มีคนที่เข้าข่าย A จำนวน 30 คน เข้าข่าย B จำนวน 25 คน เข้าข่าย C จำนวน 20 คน เข้าข่ายทั้ง A และ B จำนวน 12 คน เข้าข่ายทั้ง B และ C จำนวน 8 คน เข้าข่ายทั้ง A และ C จำนวน 10 คน และเข้าข่ายทั้งสามอย่าง 5 คน คนที่เข้าข่ายอย่างน้อยหนึ่งอย่างมีกี่คน
45 คน 75 คน 50 คน 80 คน คำตอบ C. 50 คน คำนวณได้ 30+25+20−12−8−10+5=50 คน ส่วน 75 คน เกิดจากการบวกเฉย ๆ โดยไม่ลบส่วนซ้อนออก ส่วน 45 คน เกิดจากการลืมบวกคืนคนที่เข้าข่ายทั้งสามอย่าง 5 คน ในขั้นสุดท้าย และ 80 คน คือ 75+5 ซึ่งบวกเพียง 5 คนเข้าไปโดยไม่ลบส่วนซ้อนของแต่ละคู่ออก
ข้อ 12 | ไม่ใช้เลยสักอย่าง
สอบถามคน 70 คนเรื่องการใช้สื่อสามชนิด พบว่าใช้หนังสือพิมพ์ 30 คน ใช้นิตยสาร 25 คน ใช้อินเทอร์เน็ต 40 คน ใช้ทั้งหนังสือพิมพ์และนิตยสาร 15 คน ใช้ทั้งนิตยสารและอินเทอร์เน็ต 12 คน ใช้ทั้งหนังสือพิมพ์และอินเทอร์เน็ต 18 คน และใช้ทั้งสามอย่าง 8 คน คนที่ไม่ใช้เลยสักอย่างมีกี่คน
21 คน 12 คน 29 คน 58 คน คำตอบ B. 12 คน คนที่ใช้อย่างน้อยหนึ่งอย่างคือ 30+25+40−15−12−18+8=58 คน จึงได้ 70−58=12 คน ส่วน 58 คน คือตัวจำนวนคนที่ใช้อย่างน้อยหนึ่งอย่างเอง ส่วน 29 คน คือจำนวนคนที่ใช้เพียงหนึ่งอย่างพอดี และ 21 คน คือจำนวนคนที่ใช้สองอย่างพอดี ทั้งสองข้อจึงเป็นการสับสนกลุ่มที่โจทย์ถาม
ข้อ 13 | เข้าข่ายเพียงอย่างเดียว
มีคนเข้าข่าย A จำนวน 30 คน เข้าข่าย B จำนวน 25 คน เข้าข่าย C จำนวน 20 คน โดยส่วนซ้อนของ A กับ B มี 12 คน ของ B กับ C มี 8 คน ของ A กับ C มี 10 คน และคนที่เข้าข่ายทั้งสามอย่างมี 5 คน คนที่เข้าข่ายเพียงอย่างเดียวพอดีมีกี่คน
30 คน 50 คน 20 คน 15 คน คำตอบ A. 30 คน คนที่เข้าข่าย A อย่างเดียวคือ 30−12−10+5=13 คน คนที่เข้าข่าย B อย่างเดียวคือ 25−12−8+5=10 คน และคนที่เข้าข่าย C อย่างเดียวคือ 20−8−10+5=7 คน รวมกันได้ 30 คน ส่วน 50 คน คือจำนวนคนที่เข้าข่ายอย่างน้อยหนึ่งอย่าง ส่วน 15 คน คือจำนวนคนที่เข้าข่ายสองอย่างพอดี และ 20 คน คือจำนวนคนที่เข้าข่ายตั้งแต่สองอย่างขึ้นไปซึ่งได้จาก 15+5
ข้อ 14 | สองอย่างพอดี
จากการสำรวจการใช้สื่อ พบว่าใช้หนังสือพิมพ์ 30 คน ใช้นิตยสาร 25 คน ใช้อินเทอร์เน็ต 40 คน ใช้ทั้งหนังสือพิมพ์และนิตยสาร 15 คน ใช้ทั้งนิตยสารและอินเทอร์เน็ต 12 คน ใช้ทั้งหนังสือพิมพ์และอินเทอร์เน็ต 18 คน และใช้ทั้งสามอย่าง 8 คน คนที่ใช้สองอย่างพอดีมีกี่คน
45 คน 21 คน 37 คน 29 คน คำตอบ B. 21 คน ให้เอาส่วนของคนที่ใช้ทั้งสามอย่างไปลบออกจากส่วนซ้อนของแต่ละคู่ จะได้ (15−8)+(12−8)+(18−8)=7+4+10=21 คน ส่วน 45 คน เกิดจากการบวกส่วนซ้อนเฉย ๆ เป็น 15+12+18 ส่วน 37 คน เกิดจากการลบ 8 ออกเพียงครั้งเดียวจากค่านั้น และ 29 คน คือจำนวนคนที่ใช้ตั้งแต่สองอย่างขึ้นไปซึ่งได้จาก 21+8
ข้อ 15 | เข้าข่ายทั้งสามอย่าง
ในบรรดาคน 50 คน มีคนที่เข้าข่ายอย่างน้อยหนึ่งอย่างอยู่ 40 คน โดยเข้าข่าย A จำนวน 28 คน เข้าข่าย B จำนวน 24 คน เข้าข่าย C จำนวน 20 คน เข้าข่ายทั้ง A และ B จำนวน 14 คน เข้าข่ายทั้ง B และ C จำนวน 10 คน และเข้าข่ายทั้ง A และ C จำนวน 12 คน คนที่เข้าข่ายทั้งสามอย่างมีกี่คน
4 คน 10 คน 24 คน 0 คน คำตอบ A. 4 คน เมื่อแทนค่าลงในสูตรของคนที่เข้าข่ายอย่างน้อยหนึ่งอย่าง จะได้ 40=28+24+20−14−10−12+x เมื่อคำนวณ 72−36=36 จึงได้ x=40−36=4 คน ส่วน 10 คน คือจำนวนคนที่ไม่เข้าข่ายเลยซึ่งได้จาก 50−40 ส่วน 0 คน เกิดจากการฟันธงเองว่าไม่มีส่วนซ้อน และ 24 คน คือจำนวนคนที่เข้าข่ายสองอย่างพอดี
ข้อ 16 | ค่าน้อยที่สุดของสามเซต
ในบรรดาพนักงาน 100 คน มีคนที่เข้าอบรมหลักสูตร A จำนวน 80 คน หลักสูตร B จำนวน 70 คน และหลักสูตร C จำนวน 60 คน คนที่เข้าอบรมครบทั้งสามหลักสูตรอย่างน้อยที่สุดมีกี่คน
10 คน 0 คน 30 คน 60 คน คำตอบ A. 10 คน คนที่ไม่ได้เข้าอบรมมี A จำนวน 20 คน B จำนวน 30 คน และ C จำนวน 40 คน รวมกันได้เพียง 90 คน คนที่ขาดหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งจึงมีได้มากที่สุด 90 คน ดังนั้นคนที่เข้าครบทั้งสามหลักสูตรจึงมีอย่างน้อย 100−90=10 คน เมื่อเขียนเป็นสูตรจะได้ 80+70+60−2×100=10 คน และเมื่อลองจัดจริงเป็นส่วนซ้อนของ A กับ B 50 คน ของ B กับ C 30 คน ของ A กับ C 40 คน และครบทั้งสามอย่าง 10 คน ก็จัดลงใน 100 คนได้ ส่วน 0 คน เป็นไปไม่ได้ ส่วน 60 คน คือค่าสูงสุด และ 30 คน คือค่าจาก 100−70
ข้อ 17 | วิชาที่ถนัด
สอบถามนักเรียน 40 คนเรื่องวิชาที่ถนัด พบว่าถนัดภาษาญี่ปุ่น 18 คน คณิตศาสตร์ 20 คน ภาษาอังกฤษ 15 คน ถนัดทั้งภาษาญี่ปุ่นและคณิตศาสตร์ 8 คน ถนัดทั้งคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ 6 คน ถนัดทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ 5 คน และถนัดครบทั้งสามวิชา 3 คน คนที่ถนัดอย่างน้อยหนึ่งวิชามีกี่คน
53 คน 37 คน 24 คน 34 คน คำตอบ B. 37 คน คำนวณได้ 18+20+15−8−6−5+3=37 คน ส่วน 53 คน เกิดจากการบวกเฉย ๆ โดยไม่ลบส่วนซ้อนออก ซึ่งรู้ได้ว่าผิดเพราะเกินจำนวนนักเรียน 40 คน ส่วน 34 คน เกิดจากการลืมบวกคืน 3 คนในขั้นสุดท้าย และ 24 คน คือจำนวนคนที่ถนัดเพียงวิชาเดียวพอดี
ข้อ 18 | ไม่ได้ใช้บริการ
สอบถามคน 90 คนเรื่องการใช้สถานที่สามแห่ง พบว่าใช้ร้านกาแฟ 45 คน ร้านหนังสือ 38 คน ฟิตเนส 30 คน ใช้ทั้งร้านกาแฟและร้านหนังสือ 20 คน ใช้ทั้งร้านหนังสือและฟิตเนส 12 คน ใช้ทั้งร้านกาแฟและฟิตเนส 15 คน และใช้ครบทั้งสามแห่ง 7 คน คนที่ไม่ได้ใช้เลยสักแห่งมีกี่คน
73 คน 17 คน 40 คน 26 คน คำตอบ B. 17 คน คนที่ใช้อย่างน้อยหนึ่งแห่งคือ 45+38+30−20−12−15+7=73 คน จึงได้ 90−73=17 คน ส่วน 73 คน คือตัวจำนวนคนที่ใช้อย่างน้อยหนึ่งแห่งเอง ส่วน 40 คน คือจำนวนคนที่ใช้เพียงแห่งเดียวพอดี และ 26 คน คือจำนวนคนที่ใช้สองแห่งพอดี
ข้อ 19 | ถนัดสองวิชาพอดี
จากการสำรวจวิชาที่ถนัด พบว่าถนัดภาษาญี่ปุ่น 18 คน คณิตศาสตร์ 20 คน ภาษาอังกฤษ 15 คน ถนัดทั้งภาษาญี่ปุ่นและคณิตศาสตร์ 8 คน ถนัดทั้งคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ 6 คน ถนัดทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ 5 คน และถนัดครบทั้งสามวิชา 3 คน คนที่ถนัดสองวิชาพอดีมีกี่คน
24 คน 10 คน 13 คน 19 คน คำตอบ B. 10 คน คำนวณได้ (8−3)+(6−3)+(5−3)=5+3+2=10 คน ส่วน 19 คน เกิดจากการบวกส่วนซ้อนเฉย ๆ เป็น 8+6+5 ซึ่งลืมลบส่วนของคนที่ถนัดครบทั้งสามวิชาออก ส่วน 13 คน คือจำนวนคนที่ถนัดตั้งแต่สองวิชาขึ้นไปซึ่งได้จาก 10+3 และ 24 คน คือจำนวนคนที่ถนัดเพียงวิชาเดียวพอดี
ข้อ 20 | ใช้เพียงแห่งเดียว
จากการสำรวจการใช้สถานที่ พบว่าใช้ร้านกาแฟ 45 คน ร้านหนังสือ 38 คน ฟิตเนส 30 คน ใช้ทั้งร้านกาแฟและร้านหนังสือ 20 คน ใช้ทั้งร้านหนังสือและฟิตเนส 12 คน ใช้ทั้งร้านกาแฟและฟิตเนส 15 คน และใช้ครบทั้งสามแห่ง 7 คน คนที่ใช้เพียงแห่งเดียวพอดีมีกี่คน
26 คน 47 คน 40 คน 73 คน คำตอบ C. 40 คน คนที่ใช้ร้านกาแฟอย่างเดียวคือ 45−20−15+7=17 คน คนที่ใช้ร้านหนังสืออย่างเดียวคือ 38−20−12+7=13 คน และคนที่ใช้ฟิตเนสอย่างเดียวคือ 30−12−15+7=10 คน รวมกันได้ 40 คน ส่วน 73 คน คือจำนวนคนที่ใช้อย่างน้อยหนึ่งแห่ง ส่วน 26 คน คือจำนวนคนที่ใช้สองแห่งพอดี และ 47 คน คือ 73−26 ซึ่งลืมลบคนที่ใช้ครบทั้งสามแห่ง 7 คนออก
ข้อ 21 | ผลรวมในตาราง
ผลการสำรวจความเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยครั้งหนึ่ง ฝ่ายชายเห็นด้วย 48 คนและไม่เห็นด้วย 32 คน ส่วนฝ่ายหญิงเห็นด้วย 36 คนและไม่เห็นด้วย 44 คน คนที่เห็นด้วยทั้งหมดมีกี่คน
80 คน 84 คน 76 คน 160 คน คำตอบ B. 84 คน ให้บวกคอลัมน์ของฝ่ายเห็นด้วยในแนวตั้ง จะได้ 48+36=84 คน ส่วน 80 คน คือผลรวมของฝ่ายชายซึ่งได้จาก 48+32 ซึ่งเป็นการสับสนระหว่างแถวกับคอลัมน์ ส่วน 76 คน คือผลรวมของคนที่ไม่เห็นด้วยซึ่งได้จาก 32+44 และ 160 คน คือจำนวนผู้ตอบทั้งหมด
ข้อ 22 | อัตราส่วนภายในแถว
จากการสำรวจคน 300 คน มีคนอายุ 20 ปีเศษอยู่ 120 คน และในจำนวนนั้นมีคนที่เคยใช้บริการ 72 คน ส่วนคนที่เคยใช้บริการทั้งหมดมี 150 คน อัตราส่วนของคนที่เคยใช้บริการในกลุ่มอายุ 20 ปีเศษคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์
40% 60% 24% 48% คำตอบ B. 60% ตัวส่วนคือคนอายุ 20 ปีเศษจำนวน 120 คน จึงได้ 72/120=0.6 คือ 60% ส่วน 24% เกิดจากการเอาผู้ตอบทั้งหมด 300 คนมาเป็นตัวส่วนเป็น 72/300 ซึ่งเป็นการสับสนตัวส่วน ส่วน 48% คือ 72/150 ซึ่งเป็นอัตราส่วนของคนอายุ 20 ปีเศษในกลุ่มผู้เคยใช้บริการ 150 คน และ 40% คือ 48/120 ซึ่งเป็นอัตราส่วนของคนที่ไม่เคยใช้บริการในกลุ่มอายุ 20 ปีเศษ
ข้อ 23 | ย้อนหาช่องว่าง
ในบรรดาผู้ตอบ 200 คน เป็นชาย 120 คน คนที่เห็นด้วย 110 คน และชายที่เห็นด้วย 70 คน หญิงที่ไม่เห็นด้วยมีกี่คน
50 คน 90 คน 40 คน 80 คน คำตอบ C. 40 คน หญิงมี 200−120=80 คน และหญิงที่เห็นด้วยมี 110−70=40 คน ดังนั้นหญิงที่ไม่เห็นด้วยจึงมี 80−40=40 คน เมื่อเขียนเป็นสูตรจะได้ 200−120−110+70=40 คน ส่วน 50 คน คือจำนวนชายที่ไม่เห็นด้วยซึ่งได้จาก 120−70 ส่วน 90 คน คือผลรวมของคนที่ไม่เห็นด้วยซึ่งได้จาก 200−110 และ 80 คน คือผลรวมของหญิง
ข้อ 24 | อัตราส่วนที่ปะปนกัน
ในบรรดาพนักงาน 400 คน มี 60% สังกัดฝ่ายขาย โดย 30% ของฝ่ายขาย และ 20% ของฝ่ายอื่นที่ไม่ใช่ฝ่ายขาย ถือใบรับรองคุณวุฒิอย่างหนึ่ง พนักงานที่ถือใบรับรองมีกี่คน
100 คน 104 คน 72 คน 120 คน คำตอบ B. 104 คน ฝ่ายขายมี 400×0.6=240 คน และในนั้นมี 240×0.3=72 คน ส่วนฝ่ายอื่นมี 160 คน และในนั้นมี 160×0.2=32 คน รวมกันได้ 72+32=104 คน ส่วน 100 คน เกิดจากการเฉลี่ย 30% กับ 20% เป็น 25% แล้วคำนวณ 400×0.25 ซึ่งผิดเพราะจำนวนคนที่เป็นตัวส่วนต่างกัน จึงเอาอัตราส่วนมาเฉลี่ยกันไม่ได้ ส่วน 120 คน คือ 30% ของทั้งหมด และ 72 คน คือส่วนของฝ่ายขายเพียงฝ่ายเดียว
ข้อ 25 | ตารางสามเงื่อนไข
แผนกหนึ่งมีคน 40 คน แบ่งเป็นชาย 24 คนและหญิง 16 คน ผู้ที่ถือใบรับรองคุณวุฒิมีชาย 15 คนและหญิง 9 คน และในจำนวนนั้นเป็นผู้บริหารชาย 6 คนและหญิง 2 คน พนักงานที่ถือใบรับรองแต่ไม่ได้เป็นผู้บริหารมีกี่คน
16 คน 32 คน 8 คน 24 คน คำตอบ A. 16 คน ฝ่ายชายคือ 15−6=9 คน และฝ่ายหญิงคือ 9−2=7 คน รวมกันได้ 16 คน ส่วน 24 คน คือผลรวมของพนักงานที่ถือใบรับรองซึ่งได้จาก 15+9 ซึ่งลืมลบผู้บริหารออก ส่วน 8 คน คือผลรวมของผู้บริหารที่ถือใบรับรองซึ่งได้จาก 6+2 และ 32 คน คือจำนวนที่ได้จากการเอาผู้บริหารที่ถือใบรับรอง 8 คน ไปลบออกจาก 40 คนเฉย ๆ ซึ่งนับพนักงานที่ไม่ได้ถือใบรับรองรวมเข้ามาด้วย
ข้อ 26 | อัตราส่วนของทั้งหมด
ในบรรดาพนักงาน 500 คนของบริษัทแห่งหนึ่ง เป็นชาย 60% เมื่อ 40% ของชายและ 25% ของหญิงเป็นผู้บริหาร ผู้บริหารคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของพนักงานทั้งหมด
34% 32.5% 40% 24% คำตอบ A. 34% ชายมี 300 คน และในนั้นเป็นผู้บริหาร 120 คน ส่วนหญิงมี 200 คน และในนั้นเป็นผู้บริหาร 50 คน ผู้บริหารจึงมี 170 คน คำนวณได้ 170/500=0.34 คือ 34% ส่วน 32.5% เกิดจากการเฉลี่ย 40 กับ 25 อย่างง่าย ซึ่งทำไม่ได้เพราะจำนวนชายกับหญิงต่างกัน ส่วน 40% คือการตอบอัตราส่วนของฝ่ายชายไปเลย และ 24% คือ 120/500 ซึ่งเอาเฉพาะผู้บริหารชาย 120 คน ไปหารด้วยยอดรวม
ข้อ 27 | ย้อนคำนวณจากผลรวม
จำนวนลูกค้าที่มาร้านแห่งหนึ่งคือ วันจันทร์ 120 คน วันอังคารไม่ทราบ วันพุธ 85 คน วันพฤหัสบดี 110 คน และวันศุกร์ 145 คน โดยผลรวมของทั้ง 5 วันคือ 578 คน จำนวนลูกค้าของวันอังคารมีกี่คน
263 คน 348 คน 118 คน 460 คน คำตอบ C. 118 คน คำนวณได้ 578−(120+85+110+145)=578−460=118 คน ส่วน 263 คน คือ 578−315 ซึ่งลืมลบวันศุกร์ 145 คนออก ส่วน 460 คน คือตัวผลรวมของ 4 วันที่ไม่ใช่วันอังคารเอง และ 348 คน คือ 578−120−110 ซึ่งลืมลบวันพุธและวันศุกร์ออก
ข้อ 28 | รู้เพียงฝ่ายเดียว
ในบรรดาคน 100 คน มีผู้ทำสัญญาบริการ A จำนวน 60 คน และผู้ทำสัญญาบริการ B จำนวน 45 คน เมื่อคนที่ทำสัญญาเฉพาะ A มี 30 คน คนที่ไม่ได้ทำสัญญาทั้งสองอย่างมีกี่คน
30 คน 25 คน 15 คน 55 คน คำตอบ B. 25 คน คนที่ทำสัญญาทั้งสองอย่างคือ 60−30=30 คน คนที่ทำสัญญาอย่างน้อยหนึ่งอย่างคือ 60+45−30=75 คน จึงได้ 100−75=25 คน ส่วน 30 คน คือจำนวนคนที่ทำสัญญาทั้งสองอย่าง ส่วน 15 คน คือจำนวนคนที่ทำสัญญาเฉพาะ B ซึ่งได้จาก 45−30 และ 55 คน คือจำนวนคนที่ไม่ได้ทำสัญญา B ซึ่งได้จาก 100−45
ข้อ 29 | การเปลี่ยนแปลงของสัดส่วน
ยอดขายของร้านแห่งหนึ่งในเดือนเมษายนคือ สินค้า A 1.2 ล้านเยน (120万円) และสินค้า B 800000 เยน (80万円) ส่วนเดือนพฤษภาคมคือ สินค้า A 1.32 ล้านเยน (132万円) และสินค้า B 880000 เยน (88万円) สัดส่วนของสินค้า A ในยอดขายทั้งหมดเปลี่ยนแปลงอย่างไรจากเดือนเมษายนไปเดือนพฤษภาคม
ลดลง 10 จุด สูงขึ้น 6 จุด สูงขึ้น 10 จุด ไม่เปลี่ยนแปลง คำตอบ D. ไม่เปลี่ยนแปลง เดือนเมษายนคือ 120/200=0.6 นั่นคือ 60% และเดือนพฤษภาคมคือ 132/220=0.6 ซึ่งก็คือ 60% เช่นกัน สัดส่วนจึงไม่เปลี่ยนแปลง การตอบว่าสูงขึ้น 10 จุด เกิดจากการปนกันระหว่างการที่ยอดขายสินค้า A เพิ่มขึ้น 10% จาก 120 เป็น 132 กับการเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนในยอดขายทั้งหมด เนื่องจากสินค้า B ก็เพิ่มขึ้น 10% เท่ากันจาก 80 เป็น 88 สัดส่วนจึงไม่ขยับ การตอบว่าสูงขึ้น 6 จุด เกิดจากการคงตัวส่วนของเดือนพฤษภาคมไว้ที่ 200 เท่าเดิมแล้วเทียบเป็น 132/200=66% และการตอบว่าลดลง 10 จุด เกิดจากการเห็นการเพิ่มขึ้น 10% เหมือนกันแต่สลับทิศทางของการเปลี่ยนแปลง
ข้อ 30 | ช่วงของส่วนซ้อน
ในห้องเรียนที่มี 50 คน มีคนที่ปั่นจักรยานมาโรงเรียน 32 คน และคนที่เข้าชมรมกิจกรรม 28 คน ช่วงของจำนวนคนที่เข้าข่ายทั้งสองอย่างที่เป็นไปได้คือข้อใด
ตั้งแต่ 10 คนถึง 32 คน ตั้งแต่ 10 คนถึง 28 คน ตั้งแต่ 4 คนถึง 28 คน ตั้งแต่ 0 คนถึง 28 คน คำตอบ B. ตั้งแต่ 10 คนถึง 28 คน ค่าน้อยที่สุดคือ 32+28−50=10 คน ซึ่งจัดได้จริงเป็นทั้งสองอย่าง 10 คน ปั่นจักรยานอย่างเดียว 22 คน เข้าชมรมอย่างเดียว 18 คน และไม่เข้าข่ายเลย 0 คน ส่วนค่ามากที่สุดคือตอนที่คนเข้าชมรมทั้ง 28 คนปั่นจักรยานมาด้วยทุกคน นั่นคือ 28 คน ซึ่งจัดได้จริงเป็นทั้งสองอย่าง 28 คน ปั่นจักรยานอย่างเดียว 4 คน เข้าชมรมอย่างเดียว 0 คน และไม่เข้าข่ายเลย 18 คน การตอบว่าตั้งแต่ 0 คน นั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะ 32+28=60 ยัดลงใน 50 คนไม่ได้ การตอบว่าถึง 32 คน ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะคนเข้าชมรมมีเพียง 28 คน และการตอบว่าตั้งแต่ 4 คน เกิดจากการเข้าใจผิดว่าผลต่าง 32−28 คือค่าน้อยที่สุด ซึ่งถ้าทั้งสองอย่างมี 4 คน จะได้ปั่นจักรยานอย่างเดียว 28 คน และเข้าชมรมอย่างเดียว 24 คน รวมเป็น 56 คน ซึ่งเกิน 50 คน
ฝึกทำ: ทำโจทย์ในหน้านี้ เครื่องมือฝึกทำโจทย์แบบสุ่มคำถาม (ทำงานเมื่อเปิดใช้ JavaScript) โจทย์และคำอธิบายด้านบนสามารถอ่านได้ทั้งหมดตามปกติ
※ คำอธิบายเป็นข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ ขอบเขตข้อสอบและระบบการสอบอาจเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี โปรดตรวจสอบประกาศอย่างเป็นทางการของหน่วยงานผู้จัดสอบเสมอ
หน้านี้แปลจากต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น หากเนื้อหาของคำแปลและต้นฉบับไม่ตรงกัน ให้ถือฉบับภาษาญี่ปุ่นเป็นหลัก ดูต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น